Coolsculpting

Coolsculpting

Coolsculpting คืออะไร

Coolsculpting เป็นนวัตกรรมลำดับที่ 1 ของโลก และเป็น Gold Standard ในการกำจัดไขมันโดยไม่พึ่งการผ่าตัด เป็นนวัตกรรมที่มีการยอมรับจาก USFDA ว่าปลอดภัยและเห็นผลจริง รวมถึงมีงานวิจัยระดับโลกรองรับมากมาย และได้รับการพิสูจน์ว่าเห็นผลจริง !

 

Coolsculpting คือการกำจัดไขมันส่วนเกินด้วยความเย็น โดยใช้เทคโนโลยีที่คิดค้นและพัฒนาโดยทีมแพทย์ Harvard University เป็นนวัตกรรมในการส่งความเย็นในระดับจุดเยือกแข็ง -11 ถึง -13 °C ลงไปใต้ชั้นผิวหนังเข้าสู่ชั้นไขมัน จากนั้นความเย็นจะทำให้เซลล์ไขมันตายลง และถูกขับออกจากร่างกายอย่างถาวร นวัตกรรมนี้ทำให้เราไม่จำเป็นต้องพึ่งการผ่าตัด หรือดูดไขมันออก ซึ่งมีความเสี่ยงที่มากกว่าโดยไม่จำเป็น Coolsculpting ไม่ทำให้เกิดรอยแผล ขณะที่ในระหว่างจะรู้สึกเย็นสบาย ไม่จำเป็นต้องใช้ยาชา หรือยาสลบเพื่อระงับอาการเจ็บปวด หลังจากทำเสร็จแล้วก็ไม่ต้องพักฟื้น หลังทำสามารถกลับไปทำงานหรือทำกิจกรรมตามปกติได้ทันที

 

CoolSculpting เป็นเครื่องมือแรกและเครื่องเดียวในขณะนี้ที่ได้รับการรองจากสถาบันระดับโลกอย่าง USFDA และมีผลงานวิจัยรองรับมากมายจากมหาวิทยาลัยชั้นนำว่าสามารถใช้ในการลดไขมันในร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพและเห็นผลดีที่สุด เมื่อเทียบกับการกำจัดไขมันวิธีอื่นๆ

ขั้นตอนการทำ

  1.  เข้ารับการปรึกษาจาก Coolsculpting Specialist โดยในขั้นตอนนี้จะเป็นการประเมินเบื้องต้นว่าควรจะรักษาจุดไหนบ้าง ผู้เชี่ยวชาญจะเลือกขนาด Applicator ให้เหมาะสม รวมถึงออกแบบการวาง Applicator ตามรูปร่างของคนไข้แต่ละคน ซึ่งขั้นตอนนี้มีความสำคัญมากๆ เพราะมีผลต่อรูปร่างหลักการรักษา จะหุ่นสวย เอวเว้า เอวจิก หรือไม่ก็อยู่ที่ขั้นตอนนี้ โดย Coolsculpting Specialist ของวิลล่าคลินิก มีประสบการณ์สูงและได้รับการอบรมจากบริษัทโดยตรงค่ะ
  2. ขั้นตอนนี้เป็นอีกขึ้นตอนสำคัญในการทำ Coolsculpting หุ่นจะสวยขึ้น เอวจะเว้า S ก็ด้วยขั้นตอนนี้เลย เพราะความเชี่ยวชาญของ Coolsculpting Specialist จะออกแบบการวาง Applicator ให้ได้ส่วนเว้า ส่วนโค้งตามต้องการ นอกจากนี้การเลือกขนาดหัวที่เหมาะสม ยังทำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดอีกด้วย
  3. เริ่มต้นการรักษา โดยวาง Applicator บนบริเวณที่ Coolsculpting Specialist ออกแบบเอาไว้ โดยประมาณ 10 นาทีแรก จะรู้สึกเย็นจัดในจุดที่ทำ หลักจากนั้นจะเริ่มชา จากประสบการณ์ของวิลล่าคลินิก ถึงตอนนี้คนไข้จะปรับตัวได้ และจะรู้สึกสบายตลอดการรักษา 35 นาทีค่ะ
  4. หลักจากครบเวลาที่กำหนด จะถอด Applicator ออก และนวดทันทีหลังทำ นาน 2 นาที ตามผลวิจัยเทียบผลลัพธ์ระหว่างนวด และไม่นวด ปรากฏว่า มีผลต่างกันถึง 68% แม้การนวดอาจทำให้รู้สึกไม่สบายผิวเล็กน้อย แต่เป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ ใน 2 นาที ที่จะทำให้ได้ประโยชน์สูงสุดค่ะ

เพียงแค่ 4 ขั้นตอนง่ายๆ ที่จะทำให้คุณดูดีได้ในไม่กี่สัปดาห์ค่ะ

การเตรียมตัวก่อนทำ CoolSculpting

นับเป็นอีกจุดเด่นหนึ่งของ CoolSculpting เลยก็ว่าได้ที่ก่อนเข้ารับการทำนั้น ผู้เข้ารับบริการไม่จำเป็นต้องเตรียมตัวอะไรมาก เนื่องจากในการกำจัดไขมันด้วยความเย็นวิธีนี้ไม่ใช้การผ่าตัด แต่คล้ายกับการทำทรีตเมนต์ทั่วไป ดังนั้นผู้เข้ารับบริการสามารถรับประทานอาหาร และดื่มน้ำได้ตามปกติ

สิ่งที่เกิดหลังจากทำ CoolSculpting

หลังจาก CoolSculpting แล้ว ประมาณสัปดาห์ที่ 3 เป็นต้นไปจะเริ่มเห็นผลความเปลี่ยนแปลงของรูปร่าง เนื่องจากร่างกายจะค่อย ๆ กำจัดเซลล์ไขมันตายลงจากการทำ CoolSculpting ออกจากร่างกาย ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะใช้เวลาประมาณ 1 – 3 เดือน ขึ้นอยู่กับร่างกายของแต่งละคน

ใครเหมาะกับการทำ Coolsculpting 

การทำ CoolSculpting เหมาะสำหรับผู้ที่มีไขมันสะสม หรือมีความต้องการลดสัดส่วนเฉพาะส่วน เช่น คนที่มีหน้าท้อง ต้องการลดสะโพก ต้นขา ต้นแขน และปีกหลัง หรือจะเป็นคุณแม่ที่เพิ่งผ่านการคลอดบุตรและต้องการรูปร่างที่ดีกลับคืนมาโดยไม่ต้องออกกำลังกายหนัก ๆ หรืออดอาหาร CoolSculpting นับเป็นทางเลือกที่ดี อย่างไรก็ตามเพื่อให้ได้ผลที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ผู้เข้ารับบริการก็ควรใช้การออกกำลังกาย และการควบคุมอาหารควบคู่กันไปหลังจากการทำ CoolSculpting ด้วย เพื่อให้ผลลัพธ์ที่ได้อยู่คงทนยาวนาน และไม่มีไขมันสะสมกลับมาให้กวนใจ

ข้อดีของ Coolsculpting

 

  • เห็นผลได้จริง และชัดเจน
  • ไม่เจ็บ ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น
  • ใช้ระยะเวลาในการทำเพียง 35 นาที
  • เป็น Gold Standard ในการกำจัดไขมันแบบ non-surgical fat reduction
  • ได้รับการรับรองจาก USFDA และมีงานวิจัยรองรับมากมาย